OTT TV อนาคตแห่งการชมโทรทัศน์

OTT TV ได้เปรียบบริการสื่อวิดีโอและโทรทัศน์แบบอื่นๆ ทั้ง Free TV (ดิจิตอลทีวี) Pay TV (เช่น True Vision และ PSI) และแผ่น DVD/Blu-ray ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความยืดหยุ่นในด้านเวลาการให้บริการที่ผู้ชมสามารถเลือกเองได้ ความยืดหยุ่นด้านสถานที่ที่ผู้ชมสามารถเลือกชมที่ใดก็ได้ที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ ด้านความสะดวกที่ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมมาก รวมถึงด้านการลงทุนของผู้ให้บริการที่ต่ำเนื่องจากผู้ให้บริการไม่ได้ลงทุนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเอง สะท้อนถึงอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าผู้ให้บริการ TV ในรูปแบบอื่นๆ ข้อได้เปรียบแหล่านี้ทำให้หลายคนเริ่มคิดว่า OTT TV จะเข้ามาแทนที่การรับชมวิดีโอและโทรทัศน์แบบเดิมของเรา แต่ว่า OTT TV คืออะไรกันแน่ เรามาทำความรู้จัก OTT TV เบื้องต้นกันเถอะ

OTT TV?
OTT หรือ Over-the-top คือการให้บริการใดๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตเปิด โดยที่ผู้ให้บริการ OTT ไม่ได้ลงทุนหรือเป็นเจ้าของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเอง เช่น facebook Uber AirBnb เป็นต้น เมื่อนำคำนี้มารวมกับคำว่า TV หรือโทรทัศน์เป็น OTT TV (Over-the-top TV) แล้ว ในที่นี้จะหมายความรวมถึงบริการสื่อวีดิโอและโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งผู้ให้บริการเหล่านั้นไม่ได้ลงทุนในโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเอง จะหมายถึงบริการต่างๆ ทั้ง YouTube, Line TV หรือ Netflix ที่ทุกคนเคยได้ยินหรือเคยใช้บริการมาแล้วนั่นเอง

ห่วงโซ่มูลค่าของบริการ OTT TV
การให้บริการ OTT TV นั้นจำเป็นต้องพึ่งพาบริการอื่นๆ ในหลายส่วน เพื่อให้บริการ OTT TV อย่างมีคุณภาพได้ถึงผู้ใช้บริการปลายทาง โดยในห่างโซ่มูลค่าของ OTT TV ประกอบด้วย 5 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่

img_6942
รูปที่ 1: ห่วงโซ่มูลค่าของการให้บริการ OTT TV

1. สื่อหรือเนื้อหา (Content)
สื่อหรือเนื้อหา (Media Content) นับเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในบริการประเภทสื่อวิดีโอและโทรทัศน์ เนื้อหาที่น่าสนใจจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาใช้บริการ OTT TV นั้นๆ สื่อเนื้อหาที่ปรากฏในการให้บริการ OTT TV ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นได้ 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่ 1) ภาพยนตร์ 2) ซีรีย์ ละครหรือรายการบันเทิงวาไรตี้ต่างๆ 3) กีฬา 4) เนื้อหาที่ผู้ใช้บริการในแพลตฟอร์มสร้างขึ้น (User Generated Content: UGC)
ตัวอย่างผู้เล่นในห่วงโซ่มูลค่าส่วนนี้ ได้แก่ ผู้ผลิตภาพยนตร์ ซีรีย์ ละครหรือรายการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬา

2. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม OTT TV (Service Platform)
ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม OTT TV ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการนำบริการสื่อหรือเนื้อหาจากเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ผลิตไปยังผู้ใช้บริการ โดยแพลตฟอร์ม OTT TV ส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่น ซึ่งให้บริการ OTT TV ในรูปแบบของการถ่ายทอดสดตามเวลาออกอากาศจริง (Live Content) หรือการดูสื่อเนื้อหาในเวลาใดก็ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค (On-demand Content)
ตัวอย่างผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม OTT TV ในประเทศไทย ได้แก่ YouTube, Netflix, LINE TV, iflix, Hollywood HD เป็นต้น

3. ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่รองรับการใช้บริการ OTT TV (Device)
อุปกรณ์ที่รองรับการใช้บริการ OTT TV ทำหน้าที่รับสัญญาณภาพและเสียงมาจากบริการแพลตฟอร์ม OTT TV โดยอุปกรณ์ที่รองรับ OTT TV เหล่านี้มีทั้งที่ 1) เป็นอุปกรณ์พกพา เช่น smartphone laptop 2) อุปกรณ์ประจำที่เช่น computer PC, smart TV และ 3) อุปกรณ์เสริมเพื่อให้ TV ธรรมดาสามารถรับบริการ OTT TV ได้ เช่น กล่องรับสัญญาณ OTT TV (Set-top Box) (ตัวอย่างเช่น Apple TV, android box ต่างๆ, รวมถึงเครื่องเล่นเกมส์ที่สามารถสตรีมมิ่งได้) และ USB Dongle Stick (ตัวอย่างเช่น Google chromecast)
ตัวอย่างผู้เล่นในห่วงโซ่มูลค่าส่วนนี้ ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย อุปกรณ์ที่รองรับการใช้บริการ OTT TV ทั้ง 3 ลักษณะการใช้งาน

4. ผู้ใช้บริการ OTT TV (End User)
ผู้ที่ใช้งานแพลตฟอร์ม OTT TV ทั้งในรูปแบบที่มีค่าบริการ และแบบไม่มีค่าบริการ

5. ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (Delivery Network)
ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการให้บริการ OTT TV คือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตผ่านเทคโนโลยีใดก็ได้ ซึ่งทำหน้าที่ส่งเนื้อหารายการ (Content) ผ่านห่วงโซ่มูลค่าที่กล่าวมาข้างต้นไปถึงผู้ใช้บริการปลายทางได้

OTT TV จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในกิจการโทรทัศน์ได้อย่างไร?
จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกของบริษัท Ericsson พบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะรับชมเนื้อหารายการโทรทัศน์ในแบบ on demand (รับชมเวลาที่ต้องการ) ซึ่งเป็นจุดเด่นของ OTT TV มากขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2554 ผู้บริโภคทั่วโลกรับชมภาพยนตร์ ซีรีส์และรายการโทรทัศน์แบบ On-demand เพียง 2.9 ชั่วโมงโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์ ถัดมาในปี พ.ศ. 2558 จำนวนชั่วโมงในการรับชมเนื้อหาเหล่านี้แบบ On-demand เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เป็น 6 ชั่วโมงโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์ นอกจากนี้กิจกรรมหลักของผู้บริโภคละครโทรทัศน์และภาพยนตร์แบบ On-demand คือ การรับชมรายการโทรทัศน์ และละคร ซึ่งเป็นเนื้อหาเดียวกับการรับชมผ่านโทรทัศน์ โดยมีสัดส่วนเวลาในการบริโภคกิจกรรมประเภทนี้มากถึง 2 ใน 3 ของเวลาทั้งหมดที่ผู้บริโภคใช้ในการรับชมละครโทรทัศน์และภาพยนตร์แบบ On-demand

จากผลการศึกษาเดียวกันนั้นยังระบุว่า ปัจจุบันมีเพียงด้านคุณภาพของวิดีโอเท่านั้นที่ผู้บริโภคมองว่าการบริการ Pay TV แบบดั้งเดิมสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับเขาได้มากกว่า OTT TV และ Pay TV ควรปรับปรุงเรื่องราคาและเนื้อหารายการที่มีอยู่ในระบบ ในขณะที่การให้บริการ OTT TV แบบ On-demand จะมีจุดเด่นที่ราคาและเนื้อหารายการที่มีอยู่ในระบบ และยังมีฟังชั่นอื่นๆ เช่น recommendation ที่ดี อย่างไรก็ตาม OTT TV ก็ควรปรับปรุงในเรื่องของคุณภาพของวีดีโอ

img_6943
รูปที่ 2: การประเมินความพึงพอใจต่อผู้ให้บริการ OTT TV และ Pay TV แบบดั้งเดิม

OTT TV จะมาแทนที่กิจการโทรทัศน์แบบเดิมในประเทศไทยหรือไม่?
จากที่กล่าวมาข้างต้น OTT TV สามารถตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคได้มาก ทั้งในรูปแบบของเวลา สถานที่ ข้อผูกมัดและราคาที่น้อยกว่าการชมวิดีโอและโทรทัศน์แบบทั่วไป แต่การที่ OTT TV จะเข้ามาแทนที่กิจการโทรทัศน์ที่มีอยู่เดิมในไทย ทั้ง Free TV และ Pay TV นั้นอาจจะเป็นไปได้ยาก หรือยังไม่สามารถเป็นได้ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจาก OTT TV ในไทยยังอยู่ในระดับเริ่มต้น ผู้ให้บริการยังมีไม่หลากหลาย เนื้อหาส่วนมากที่ให้เป็นซีรีย์ และภาพยนตร์จากต่างประเทศซึ่งไม่ได้เป็นที่นิยมในคนหมู่มาก อีกทั้งชมวิดีโอหรือโทรทัศน์ผ่าน OTT TV นั้นจำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตที่ดีและครอบคลุมทั่วประเทศเสียก่อน นอกจากนี้ OTT TV ในประเทศไทยยังต้องต่อสู้กับเทปผีซีดีเถื่อนซึ่งเป็นอุปสรรค์ที่สำคัญอย่างยิ่งอีกด้วย ฉะนั้นผู้เขียนจึงมีความเห็นว่า OTT TV ในประเทศไทยจำเป็นต้องรออีกสักระยะ ให้โครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านอินเทอร์เน็ต ตลอดจนเรื่องการปราบปรามของเถื่อนในประเทศไทยดีขึ้นเสียก่อน จึงจะเริ่มแข่งขันกับบริการที่มีอยู่เดิมในไทยได้

Tags: , , ,

paanเกี่ยวกับผู้เขียน
คุณ ภัสรา ปิตยานนท์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Business Analyst บริษัทที่ปรึกษา ไทม์ คอนซัลติ้ง จำกัด มีความเชียวชาญในธุรกิจประเภท TMT (Telecom, Media and Technology) โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ด้านการแข่งขันในธุรกิจกระจายเสียง